[ ยื่นหนังสือ กมธ.การปกครอง เร่งติดตามปัญหาการขอคัดสำเนาทะเบียนราษฎร หวังสร้างแนวปฏิบัติเดียวกันทั่วประเทศ ]

วันที่ 23 กันยายน 2569 ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาทนายความ และทนายความ เดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือต่อ นาย ธนยศ ทิมสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ โดยขอให้ติดตามและพิจารณาปัญหาเกี่ยวกับการขอคัดและรับรองรายการทะเบียนราษฎร (ทร.14/1) ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ ทั้งในการดำเนินคดี การติดต่อบุคคล และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
.
ก่อนหน้านี้ได้มีการทำหนังสือหารือและติดตามปัญหาดังกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วหลายฉบับ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่ หนังสือ สท.011/816 ลงวันที่ 27 เมษายน 2569, สท.011/1213 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2569, สท.011/1307 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569, สท.011/1553 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 และ สท.011/1567 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569
.
แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนในเรื่องการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงเห็นควรนำเรื่องเข้าสู่การติดตามของคณะกรรมาธิการการปกครอง เพื่อให้ปัญหาได้รับการพิจารณาอย่างเป็นระบบ
.
ทั้งนี้ สภาทนายความฯ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนากล่าวหาว่ากรมการปกครองเป็นผู้มีคำสั่งห้ามหรือปฏิเสธการคัดสำเนาทะเบียนราษฎร แต่จากข้อร้องเรียนที่ได้รับพบว่า ในการปฏิบัติของสำนักทะเบียนบางแห่งอาจมีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางหรือหลักเกณฑ์ที่คลาดเคลื่อน รวมถึงการสื่อสารแนวทางปฏิบัติ ที่อาจไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ใช้ดุลพินิจและเรียกเอกสารประกอบแตกต่างกัน และทำให้เกิดความเข้าใจในหมู่ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและประชาชนว่าไม่สามารถขอคัดหรือรับรองรายการทะเบียนราษฎรได้ในบางกรณี
.
ผมเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวควรแก้ไขด้วยการทำให้ หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นทาง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาออกหรือทบทวนแนวปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ระบุให้ชัดเจนว่ากรณีใดสามารถขอคัดและรับรองรายการทะเบียนราษฎรได้ ต้องใช้เอกสารหรือหลักฐานใด และเจ้าหน้าที่ควรใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณา
.
การยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการปกครองในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้มีหน่วยงานกลางเข้ามาติดตามและประสานการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิด แบบแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ทนายความต้องประสบปัญหาหรือความไม่แน่นอนในการขอคัดสำเนาทะเบียนราษฎร และเพื่อให้ประชาชนสามารถได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป