ตามที่สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ชาวบ้านหมู่บ้านดอยคำ (ดอยม่อนกุลา) ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัด เชียงราย ได้รับความเดือดร้อนจากข้อพิพาทที่ดินทำกินบนภูเขาของชาวบ้านหมู่บ้านดอยคำ
.
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษาในคดีข้อพิพาทที่ดินทำกินบนภูเขาของชาวบ้านหมู่บ้านดอยคำ (ดอยม่อนกุลา) ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยศาลวินิจฉัยว่า การออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ทั้ง 7 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 350 ไร่ เป็นการออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ขอออกเอกสารสิทธิมิใช่บุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจออก น.ส. 3 ก. ให้ตามมาตรา 59 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับเป็นการออกเอกสารสิทธิครอบคลุมพื้นที่ที่ยังไม่มีการทำประโยชน์จริง และไม่สามารถพิสูจน์การครอบครองก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับได้ พิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)
คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นผลสำเร็จหลังจากการต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนานถึง 7 ปี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านหมู่บ้านดอยคำรวม 25 ราย ประสบความเดือดร้อนจากการถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอ้างกรรมสิทธิ์และแจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ดิน ทางสภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมอบหมายให้ นายสราวุธ ทิศอุ่น ประธานสภาทนายความจังหวัดแม่สะเรียง เป็นประธานคณะทำงานฯ เข้าดำเนินการขับเคลื่อนและต่อสู้คดีอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในชั้นแรก
.
จากนั้น คณะทำงานสภาทนายความได้รวบรวมพยานหลักฐานเป็นตัวแทนชาวบ้านรวม 59 คน ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เพื่อขอให้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกทับซ้อนที่ดินทำกินของประชาชน ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินคดี ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้ ดร.ธีระวุฒิ วชิรมโนวาทย์ กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ร่วมกับ นายสราวุธ ทิศอุ่น ประธานคณะทำงานฯ พร้อมด้วย นายเอกรัตน์ ชัยศรีสวัสดิ์ ประธานสภาทนายความจังหวัดเชียงราย และนายจักรี รอดพวง ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ประสานงาน และประชุมร่วมกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 คณะทำงานได้ลงพื้นที่ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและรายงานความคืบหน้าทางคดีให้ประชาชนรับทราบอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งนำไปสู่คำพิพากษาของศาลปกครองเชียงใหม่ในท้ายที่สุด


