วันที่ 21 กันยายน 2569 คณะผู้แทนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ดร.พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาและกรรมการฝ่ายวิชาการ ได้แก่
1. ผศ.ดร.นิสิต อินทมาโน
2. นายวีระยุทธ สัจพันโรจน์
3. ดร.พิษณุ โหระกุล
4. ดร.ณรงค์ พลมาตร
5. นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย
เดินทางเยือนนครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหารือและพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ การพัฒนาบุคลากร และการบริการทางกฎหมายระหว่างไทย–จีน
ช่วงเช้า : หารือความร่วมมือกับ SWUPL และศูนย์วิจัยกฎหมายจีน–อาเซียน
คณะผู้แทนสภาทนายความฯ เข้าเยี่ยมชม Southwest University of Political Science and Law (SWUPL) และหารือกับ China-ASEAN Legal Research Center โดยได้รับการต้อนรับจากคณบดีและคณะผู้บริหารของศูนย์วิจัยฯ
การหารือมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรทางกฎหมายที่สามารถทำงานเชื่อมโยงระหว่างไทย–จีน โดยเฉพาะแนวทางจัดทำ หลักสูตรความรู้ด้านกฎหมายสำหรับผู้มีพื้นฐานภาษาจีน เพื่อเพิ่มทักษะด้านกฎหมายและการปฏิบัติงานจริง รองรับการให้บริการแก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยีและระบบสืบค้นข้อมูลทางกฎหมายสมัยใหม่มาใช้ในการศึกษาวิจัยกฎหมายจีนและกฎหมายอาเซียน เพื่อยกระดับการค้นคว้าและพัฒนาผลงานทางวิชาการร่วมกัน
ช่วงบ่าย : หารือศูนย์บริการกฎหมายจีน–อาเซียน
คณะผู้แทนสภาทนายความฯ เข้าหารือกับ China-ASEAN Legal Service Center ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยชั้นนำ 4 แห่งในภาคตะวันตกของจีน และให้บริการทางกฎหมายในหลายสาขา ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายการเงิน และกฎหมายอาเซียน
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ แนวทางตรวจสอบสถานะและประวัติของผู้ประกอบธุรกิจจีนก่อนเข้ามาลงทุนหรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการตรวจสอบและลดความเสี่ยงจากการทำธุรกิจกับผู้ประกอบการที่ไม่สุจริต
ฝ่ายจีนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการตรวจสอบผ่านฐานข้อมูลและหน่วยงานภาครัฐของจีน ซึ่งครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ ข้อมูลเครดิต ประวัติการบังคับคดีและคำพิพากษา การลงโทษทางปกครอง สถานะล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ การตรวจสอบโครงการ ตลอดจนข้อมูลเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์
อีกหนึ่งผลสำคัญจากการหารือ คือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดัน โครงการนำร่อง (Pilot Project) หลักสูตรอบรมความรู้กฎหมายไทย–จีน โดยจัดการอบรมทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เน้นความรู้และทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อสร้างบุคลากรทางกฎหมายที่พร้อมรองรับการทำงานระหว่างสองประเทศ
สภาทนายความฯ จะเดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางกฎหมายในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้แก่ทนายความไทย ยกระดับศักยภาพวิชาชีพ และนำองค์ความรู้และเครือข่ายที่ได้รับกลับมาใช้ในการให้บริการและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม


